การศึกษาความน่าจะเป็นที่ ราคาทองคำ ย้อนกลับข้ามราคาเปิดรายวัน หลังจากเคลื่อนที่ออกห่างในระดับต่าง ๆ

Introduction

ราคาทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงและตอบสนองต่อปัจจัยหลายด้าน เช่น ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเศรษฐกิจ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำภายในวันจึงสามารถแสดงได้ทั้งพฤติกรรมแบบเคลื่อนที่ตามแนวโน้ม หรือ Trend Continuation และพฤติกรรมแบบย้อนกลับเข้าสู่จุดสมดุล หรือ Mean Reversion

ระดับราคาหนึ่งที่นักลงทุนระหว่างวันให้ความสำคัญคือราคาเปิดรายวัน เนื่องจากราคาเปิดสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงในการประเมินว่าราคาปัจจุบันเคลื่อนที่ออกจากจุดเริ่มต้นของวันมากน้อยเพียงใด เมื่อราคาเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิดมากขึ้น คำถามสำคัญคือ ราคายังสามารถย้อนกลับมาที่ราคาเปิดและเคลื่อนที่ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้หรือไม่ และเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด

งานวิจัยนี้ศึกษาพฤติกรรมของราคาทองคำ XAUUSD หลังจากราคาเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิดรายวันเป็นระยะ 25, 50, 75 และ 100 ดอลลาร์ โดยกำหนดว่า การย้อนกลับที่สมบูรณ์จะต้องไม่ใช่เพียงการแตะราคาเปิด แต่ราคาต้องเคลื่อนที่ข้ามราคาเปิดไปอีกอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์

วัตถุประสงค์ของการศึกษาคือการคำนวณความน่าจะเป็นเชิงประจักษ์ของการย้อนกลับดังกล่าว และประเมินว่าระยะห่างจากราคาเปิดสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบกลยุทธ์ Mean Reversion การจำแนกวันแนวโน้ม และการบริหารความเสี่ยงได้หรือไม่

Reason and Method

1. เหตุผลของการศึกษา

กลยุทธ์ที่เปิดสถานะสวนทางหลังจากราคาวิ่งออกห่างจากราคาเปิดตั้งอยู่บนแนวคิดว่า เมื่อราคาเบี่ยงเบนออกจากจุดสมดุลมากเกินไป ราคามีโอกาสย้อนกลับเข้าสู่บริเวณเดิม

อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมในวันที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจน เพราะราคาอาจเคลื่อนที่ต่อเนื่องออกจากราคาเปิดโดยไม่ย้อนกลับภายในวันเดียวกัน การเปิดสถานะสวนทางโดยพิจารณาเฉพาะระยะห่างจากราคาเปิดจึงอาจนำไปสู่การขาดทุนได้

การศึกษาความถี่ของการย้อนกลับในแต่ละระดับช่วยตอบคำถามว่า ระยะห่างใดมีลักษณะใกล้เคียงพฤติกรรม Mean Reversion และระยะห่างใดเริ่มสะท้อนพฤติกรรมแบบ Trend Continuation

งานวิจัยกำหนดให้ราคาต้องข้ามราคาเปิดไปอีก 6.25 ดอลลาร์ เพื่อแยกเหตุการณ์ที่ราคากลับมาแตะราคาเปิดเพียงชั่วคราวออกจากเหตุการณ์ที่มีแรงเคลื่อนที่ผ่านราคาเปิดอย่างชัดเจน

2 ข้อมูลที่ใช้

การศึกษาใช้ข้อมูลราคาทองคำ XAUUSD ความถี่ 5 นาที หรือ M5 ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้

  • เวลา
  • ราคาเปิด
  • ราคาสูงสุด
  • ราคาต่ำสุด
  • ราคาปิด
  • ปริมาณการซื้อขาย

ช่วงเวลาที่ใช้วิเคราะห์เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2024 ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 รวมทั้งหมด 651 วันซื้อขายที่มีข้อมูลแท่งเวลา 00:00 UTC สมบูรณ์ ราคาเปิดรายวันกำหนดจากราคา Open ของแท่งเวลา 00:00 UTC และตรวจสอบการเคลื่อนไหวของราคาภายในวัน UTC เดียวกัน

3 ระดับระยะห่างจากราคาเปิด

งานวิจัยกำหนดระดับที่ต้องการศึกษาไว้ 4 ระดับ ได้แก่

  • 25 ดอลลาร์
  • 50 ดอลลาร์
  • 75 ดอลลาร์
  • 100 ดอลลาร์

กรณีราคาวิ่งขึ้น จะถือว่าราคาถึงระดับที่ศึกษาเมื่อราคาสูงสุดแตะหรือสูงกว่า

ราคาเปิดรายวัน + ระยะห่างที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น หากราคาเปิดอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ การวิ่งขึ้นถึงระดับ 25 ดอลลาร์ หมายถึงราคาต้องขึ้นไปแตะหรือสูงกว่า 2,425 ดอลลาร์

กรณีราคาวิ่งลง จะถือว่าราคาถึงระดับที่ศึกษาเมื่อราคาต่ำสุดแตะหรือต่ำกว่า

ราคาเปิดรายวัน − ระยะห่างที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น หากราคาเปิดอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ การวิ่งลงถึงระดับ 25 ดอลลาร์ หมายถึงราคาต้องลงไปแตะหรือต่ำกว่า 2,375 ดอลลาร์

สำหรับแต่ละวันและแต่ละระดับ งานวิจัยพิจารณาเฉพาะทิศทางแรกที่ราคาวิ่งถึง เพื่อป้องกันไม่ให้วันเดียวกันถูกนับซ้ำทั้งฝั่งขึ้นและฝั่งลง

4 นิยามของการย้อนกลับสำเร็จ

หากราคาวิ่งขึ้นถึงระดับที่กำหนดก่อน จะถือว่าย้อนกลับสำเร็จเมื่อราคาลดลงผ่านราคาเปิด และลงไปต่ำกว่าราคาเปิดอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์ พูดง่ายๆ ได้ว่า

ระดับยืนยันการกลับลง = ราคาเปิดรายวัน − 6.25 ดอลลาร์

ตัวอย่างเช่น หากราคาเปิดอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ และราคาวิ่งขึ้นถึง 2,425 ดอลลาร์ก่อน ราคาจะต้องลดลงมาถึง 2,393.75 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า จึงจะถือว่าย้อนกลับสำเร็จ

ในทางกลับกัน หากราคาวิ่งลงถึงระดับที่กำหนดก่อน จะถือว่าย้อนกลับสำเร็จเมื่อราคาเพิ่มขึ้นผ่านราคาเปิด และขึ้นไปสูงกว่าราคาเปิดอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์

ระดับยืนยันการกลับขึ้น = ราคาเปิดรายวัน + 6.25 ดอลลาร์

ตัวอย่างเช่น หากราคาเปิดอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ และราคาวิ่งลงถึง 2,375 ดอลลาร์ก่อน ราคาจะต้องเพิ่มขึ้นมาถึง 2,406.25 ดอลลาร์หรือสูงกว่า จึงจะถือว่าย้อนกลับสำเร็จ

เหตุการณ์ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นภายในวัน UTC เดียวกัน หากราคาย้อนกลับหลังจากเปลี่ยนวันแล้ว จะไม่นับเป็นเหตุการณ์สำเร็จ

5. การคำนวณความน่าจะเป็น

ความน่าจะเป็นของการย้อนกลับคำนวณจาก

จำนวนวันที่ราคาย้อนกลับข้ามราคาเปิดสำเร็จ หารด้วย จำนวนวันที่ราคาวิ่งถึงระดับที่ศึกษา แล้วคูณด้วย 100

ตัวอย่างเช่น ที่ระดับ 25 ดอลลาร์ พบว่าราคาวิ่งถึงระดับดังกล่าวทั้งหมด 464 วัน และย้อนกลับสำเร็จ 143 วัน ดังนั้น การคำนวณคือ

143 หารด้วย 464 แล้วคูณด้วย 100 เท่ากับ 30.82%

ความหมายคือ ในทุก 100 วันที่ราคาทองคำวิ่งออกห่างจากราคาเปิด 25 ดอลลาร์ คาดว่าจะมีประมาณ 31 วันที่ราคาย้อนกลับผ่านราคาเปิดไปอีกอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์ภายในวันเดียวกัน นอกจากนี้ งานวิจัยยังแยกผลตามทิศทางแรกของราคาออกเป็นสองกรณี ได้แก่

  1. ราคาวิ่งขึ้นก่อน แล้วกลับลงผ่านราคาเปิด
  2. ราคาวิ่งลงก่อน แล้วกลับขึ้นผ่านราคาเปิด

Results

1. ความน่าจะเป็นรวมของการย้อนกลับ

ผลการศึกษาพบว่า ความน่าจะเป็นที่ราคาจะ “ย้อนกลับและข้ามราคาเปิดอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์” ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อราคาเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิดมากขึ้น

ระยะห่างจากราคาเปิด จำนวนวันที่ราคาวิ่งถึงระดับ จำนวนวันที่กลับสำเร็จ ความน่าจะเป็น
25 ดอลลาร์ 464 วัน 143 วัน 30.82%
50 ดอลลาร์ 219 วัน 51 วัน 23.29%
75 ดอลลาร์ 120 วัน 16 วัน 13.33%
100 ดอลลาร์ 67 วัน 5 วัน 7.46%

เมื่อราคาเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิด 25 ดอลลาร์ มีโอกาส 30.82% ที่ราคาจะย้อนกลับผ่านราคาเปิดไปอีกอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์ภายในวันเดียวกัน

เมื่อระยะห่างเพิ่มขึ้นเป็น 50 ดอลลาร์ ความน่าจะเป็นลดลงเหลือ 23.29% ขณะที่ระยะ 75 ดอลลาร์มีความน่าจะเป็น 13.33% และระยะ 100 ดอลลาร์มีความน่าจะเป็นเพียง 7.46%

ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างระยะห่างจากราคาเปิดกับโอกาสการย้อนกลับ กล่าวคือ ยิ่งราคาวิ่งออกห่างจากราคาเปิดมากเท่าใด โอกาสที่จะย้อนกลับผ่านราคาเปิดภายในวันเดียวกันยิ่งลดลง ในอีกมุมหนึ่ง สามารถพิจารณาสัดส่วนวันที่ไม่ย้อนกลับสำเร็จได้ดังนี้

ระยะห่าง ความน่าจะเป็นที่กลับสำเร็จ ความน่าจะเป็นที่ไม่กลับสำเร็จ
25 ดอลลาร์ 30.82% 69.18%
50 ดอลลาร์ 23.29% 76.71%
75 ดอลลาร์ 13.33% 86.67%
100 ดอลลาร์ 7.46% 92.54%

แม้ระดับ 25 ดอลลาร์จะมีอัตราการย้อนกลับสูงที่สุด แต่ยังมีประมาณ 69 จากทุก 100 เหตุการณ์ที่ราคาไม่สามารถย้อนกลับข้ามราคาเปิดตามเงื่อนไขได้ภายในวันเดียวกัน

2 ผลแยกตามทิศทางแรก

ระยะห่าง วิ่งขึ้นก่อนแล้วกลับลง วิ่งลงก่อนแล้วกลับขึ้น
25 ดอลลาร์ 74 จาก 253 ครั้ง หรือ 29.25% 69 จาก 211 ครั้ง หรือ 32.70%
50 ดอลลาร์ 30 จาก 113 ครั้ง หรือ 26.55% 21 จาก 106 ครั้ง หรือ 19.81%
75 ดอลลาร์ 9 จาก 61 ครั้ง หรือ 14.75% 7 จาก 59 ครั้ง หรือ 11.86%
100 ดอลลาร์ 3 จาก 29 ครั้ง หรือ 10.34% 2 จาก 38 ครั้ง หรือ 5.26%

ที่ระดับ 25 ดอลลาร์ กรณีราคาวิ่งลงก่อนแล้วกลับขึ้นมีอัตราความสำเร็จ 32.70% ซึ่งสูงกว่ากรณีราคาวิ่งขึ้นก่อนแล้วกลับลงที่ 29.25%

ที่ระดับ 50, 75 และ 100 ดอลลาร์ กรณีราคาวิ่งขึ้นก่อนแล้วกลับลงมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าอีกทิศทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม จำนวนตัวอย่างในระดับ 75 และ 100 ดอลลาร์มีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะระดับ 100 ดอลลาร์ที่มีเหตุการณ์กลับสำเร็จเพียง 5 ครั้ง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความแตกต่างระหว่างทิศทางเป็นลักษณะถาวรของตลาด

3. ระยะเวลาที่ใช้ในการย้อนกลับ

ระยะเวลามัธยฐานนับตั้งแต่ราคาแตะระดับที่ศึกษา จนกระทั่งราคาย้อนกลับข้ามราคาเปิดไปอีก 6.25 ดอลลาร์ มีดังนี้

ระยะห่างจากราคาเปิด ระยะเวลามัธยฐาน
25 ดอลลาร์ 365 นาที หรือ 6 ชั่วโมง 5 นาที
50 ดอลลาร์ 375 นาที หรือ 6 ชั่วโมง 15 นาที
75 ดอลลาร์ 265 นาที หรือ 4 ชั่วโมง 25 นาที
100 ดอลลาร์ 850 นาที หรือ 14 ชั่วโมง 10 นาที

ระยะเวลาการย้อนกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามระยะห่างอย่างเป็นเส้นตรง ตัวอย่างเช่น ระดับ 75 ดอลลาร์มีระยะเวลามัธยฐานสั้นกว่าระดับ 25 และ 50 ดอลลาร์

สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการวิเคราะห์เฉพาะเหตุการณ์ที่กลับสำเร็จเท่านั้น ประกอบกับจำนวนตัวอย่างในระดับระยะห่างสูงมีน้อยกว่า จึงทำให้ค่ามัธยฐานสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากเหตุการณ์จำนวนไม่มาก

สำหรับระดับ 100 ดอลลาร์ เหตุการณ์ที่ย้อนกลับสำเร็จใช้เวลามัธยฐานประมาณ 14 ชั่วโมง 10 นาที แสดงให้เห็นว่า แม้ราคาจะสามารถย้อนกลับได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่บ่อยและมักต้องใช้เวลานาน

4. การเปรียบเทียบเกณฑ์ข้ามราคาเปิด 6.25 และ 12.50 ดอลลาร์

ผลการศึกษาถูกนำไปเปรียบเทียบกับเงื่อนไขเดิม ซึ่งกำหนดให้ราคาต้องข้ามราคาเปิดอย่างน้อย 12.50 ดอลลาร์

ระยะห่าง ข้ามราคาเปิด 6.25 ดอลลาร์ ข้ามราคาเปิด 12.50 ดอลลาร์ ความแตกต่าง
25 ดอลลาร์ 30.82% 27.37% เพิ่มขึ้น 3.45 จุดเปอร์เซ็นต์
50 ดอลลาร์ 23.29% 22.37% เพิ่มขึ้น 0.91 จุดเปอร์เซ็นต์
75 ดอลลาร์ 13.33% 13.33% ไม่เปลี่ยนแปลง
100 ดอลลาร์ 7.46% 7.46% ไม่เปลี่ยนแปลง

การลดเกณฑ์จาก 12.50 ดอลลาร์เหลือ 6.25 ดอลลาร์ทำให้จำนวนเหตุการณ์ย้อนกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนที่สุดที่ระดับ 25 ดอลลาร์

ที่ระดับ 25 ดอลลาร์ ความน่าจะเป็นเพิ่มจาก 27.37% เป็น 30.82% หรือเพิ่มขึ้น 3.45 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนระดับ 50 ดอลลาร์เพิ่มขึ้นเพียง 0.91 จุดเปอร์เซ็นต์

ระดับ 75 และ 100 ดอลลาร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หมายความว่า เหตุการณ์ที่ย้อนกลับผ่านราคาเปิดได้ 6.25 ดอลลาร์ในสองระดับนี้ สามารถเคลื่อนที่ต่อไปถึง 12.50 ดอลลาร์ได้ทั้งหมด

ในทางกลับกัน วันที่ราคาวิ่งออกห่าง 75 หรือ 100 ดอลลาร์แล้วไม่สามารถกลับข้ามราคาเปิด 12.50 ดอลลาร์ ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถกลับข้ามแม้แต่ 6.25 ดอลลาร์เช่นกัน ผลลัพธ์นี้สนับสนุนแนวคิดว่า การเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิดในระดับสูงมักสัมพันธ์กับพฤติกรรมแบบ Trend Continuation มากกว่า Mean Reversion

Conclusion

งานวิจัยนี้พบว่า ราคาทองคำสามารถย้อนกลับข้ามราคาเปิดรายวันได้หลังจากเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิดในทุกระดับที่ศึกษา แต่โอกาสเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวลดลงอย่างชัดเจนเมื่อระยะห่างเพิ่มขึ้น

  • เมื่อราคาเคลื่อนที่ออกห่างจากราคาเปิด 25 ดอลลาร์ โอกาสย้อนกลับข้ามราคาเปิดไปอีกอย่างน้อย 6.25 ดอลลาร์อยู่ที่ 30.82% หรือประมาณ 31 ครั้งในทุก 100 เหตุการณ์
  • เมื่อราคาออกห่าง 50 ดอลลาร์ โอกาสลดลงเหลือ 23.29% หรือประมาณ 23 ครั้งในทุก 100 เหตุการณ์
  • เมื่อราคาออกห่าง 75 ดอลลาร์ โอกาสลดลงเหลือ 13.33% หรือประมาณ 13 ครั้งในทุก 100 เหตุการณ์
  • เมื่อราคาออกห่าง 100 ดอลลาร์ โอกาสเหลือเพียง 7.46% หรือประมาณ 7 ครั้งในทุก 100 เหตุการณ์

ผลการศึกษาจึงไม่สนับสนุนการเปิดสถานะสวนทางโดยอัตโนมัติทันทีที่ราคาวิ่งถึงระดับใดระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อราคาออกห่างจากราคาเปิดตั้งแต่ 75 ดอลลาร์ขึ้นไป เพราะข้อมูลแสดงว่าตลาดมีแนวโน้มเคลื่อนที่ต่อเนื่องมากกว่าย้อนกลับข้ามราคาเปิด

ระดับ 25–50 ดอลลาร์อาจยังสามารถนำไปใช้ค้นหาจังหวะ Mean Reversion ได้ แต่ควรใช้ร่วมกับเงื่อนไขยืนยันเพิ่มเติม เช่น โมเมนตัมเริ่มอ่อนตัว เกิดแท่งเทียนกลับตัว ความผันผวนลดลง หรือราคาเข้าสู่บริเวณแนวรับและแนวต้านสำคัญ

สำหรับระดับ 75–100 ดอลลาร์ การหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะสวนแนวโน้ม หรือพิจารณากลยุทธ์ตามแนวโน้ม อาจเหมาะสมกว่าการคาดหวังว่าราคาจะย้อนกลับมายังราคาเปิดภายในวันเดียวกัน

Discussion

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ระยะห่างจากราคาเปิดรายวันสามารถใช้เป็นหนึ่งในตัวแปรสำหรับจำแนกลักษณะของตลาดระหว่างวันได้ เมื่อราคาอยู่ห่างจากราคาเปิดในระดับไม่สูงมาก ตลาดยังมีโอกาสย้อนกลับเข้าสู่บริเวณสมดุล แต่เมื่อราคาเคลื่อนที่ออกห่างมากขึ้น โอกาสการย้อนกลับจะลดลง และความเป็นไปได้ที่จะเป็นวันแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความน่าจะเป็นที่พบไม่ควรถูกใช้เป็นสัญญาณซื้อขายเพียงตัวเดียว แม้ระดับ 25 ดอลลาร์จะมีอัตราการย้อนกลับสูงที่สุดที่ 30.82% แต่ตัวเลขดังกล่าวยังหมายความว่า 69.18% ของเหตุการณ์ไม่สามารถย้อนกลับผ่านราคาเปิดตามเงื่อนไขได้ภายในวันเดียวกัน ดังนั้น กลยุทธ์ที่เปิดสถานะสวนทางทันทีเมื่อราคาวิ่งถึงระยะ 25 ดอลลาร์อาจมีอัตราความสำเร็จต่ำ หากไม่มีจุดหยุดขาดทุนหรือเงื่อนไขยืนยันเพิ่มเติม

การนำผลวิจัยไปใช้ในทางปฏิบัติควรพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น

  • ค่า Average True Range ของวัน
  • ความผันผวนในช่วงตลาดเอเชีย ลอนดอน และนิวยอร์ก
  • ทิศทางของแนวโน้มในกรอบเวลาที่สูงกว่า
  • ความชันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
  • โครงสร้าง Higher High, Higher Low, Lower High และ Lower Low
  • ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
  • กำหนดการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ
  • ข่าวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

แนวทางหนึ่งสำหรับการพัฒนางานวิจัยต่อไปคือการใช้ Hidden Markov Model เพื่อจำแนกสภาวะตลาดออกเป็น Bull, Bear และ Sideways ก่อนนำสัญญาณระยะห่างจากราคาเปิดมาใช้งาน

สมมติฐานที่ควรทดสอบเพิ่มเติมคือ การย้อนกลับเข้าสู่ราคาเปิดอาจเกิดบ่อยกว่าในสภาวะ Sideways ขณะที่ในสภาวะ Bull หรือ Bear ที่มีแนวโน้มชัดเจน ราคามีโอกาสเคลื่อนที่ต่อเนื่องและไม่กลับมายังราคาเปิดมากกว่า

งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดสำคัญหลายประการ

ประการแรก ข้อมูลมีความถี่ 5 นาที จึงไม่สามารถทราบลำดับการเคลื่อนไหวภายในแท่งได้อย่างสมบูรณ์ หากแท่งเดียวกันมีทั้งราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดครอบคลุมหลายระดับ จะไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าราคาแตะระดับใดก่อนโดยไม่มีข้อมูลความถี่ที่ละเอียดกว่า

ประการที่สอง การกำหนดราคาเปิดจากเวลา 00:00 UTC อาจแตกต่างจากนิยามวันซื้อขายของโบรกเกอร์อื่น หากเปลี่ยนไปใช้ราคาเปิดหลังช่วงพักตลาด ราคาเปิดนิวยอร์ก หรือเขตเวลาอื่น ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้

ประการที่สาม จำนวนตัวอย่างลดลงเมื่อระยะห่างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งมีเหตุการณ์ทั้งหมด 67 ครั้งและกลับสำเร็จเพียง 5 ครั้ง ค่าความน่าจะเป็นในระดับดังกล่าวจึงมีความไม่แน่นอนสูงกว่าระดับ 25 และ 50 ดอลลาร์

ประการที่สี่ การศึกษานี้ยังไม่ได้รวมต้นทุนการซื้อขาย เช่น Spread, Commission, Slippage และ Swap ผลลัพธ์จึงแสดงพฤติกรรมทางสถิติของราคา แต่ยังไม่สามารถใช้ยืนยันว่ากลยุทธ์จะสร้างกำไรสุทธิได้จริง

งานวิจัยในลำดับถัดไปควรกำหนดกฎการซื้อขายที่ชัดเจน เช่น จุดเข้า จุดหยุดขาดทุน จุดทำกำไร ระยะเวลาสูงสุดในการถือสถานะ และเงื่อนไขยกเลิกสัญญาณ จากนั้นจึงทดสอบย้อนหลังโดยแยกข้อมูลออกเป็นช่วงสร้างแบบจำลองและช่วงทดสอบข้อมูลที่โมเดลไม่เคยเห็น

ตัวชี้วัดที่ควรรายงานเพิ่มเติม ได้แก่ Win Rate, Average Win, Average Loss, Expectancy, Profit Factor, Sharpe Ratio, Sortino Ratio และ Maximum Drawdown เพื่อประเมินว่าความสัมพันธ์ทางสถิติที่พบสามารถพัฒนาเป็นกลยุทธ์ซื้อขายที่มีความได้เปรียบหลังหักต้นทุนได้จริงหรือไม่

เขียนโดย eaforexcenter.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *